วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดบทที่ 3 วิวัฒนาการของการศึกษา

วิวัฒนาการของการศึกษา

1.แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสำคัญอะไรบ้าง
       แนวคิดทางการศึกษาไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียนและชั้นเรียน มีวัดเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ มีพระภิกษุเป็นผู้สอนเพียงเพื่อประกอบวิชาชีพ ความรู้ส่วนใหญ่ที่ถ่ายทอดจะไม่มีการจดบันทึก  ใช้การท่องจำมากกว่า

2. สมัยสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร
       ต่างกัน สมัยสุโขทัย มีวัดเป็นสถานศึกษา สถานที่เรียนคือ หอฉันท์ การสอนเรียนว่า การต่อหนังสือ  ไม่มีการติดต่อกับฝรั่งชาติตะวันตก
       สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนา มีการติดต่อกับฝรั่งชาวต่างชาติ และมีการประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทย

3. อิทธิพลของชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีอะไรบ้าง
       - ภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจ
       - การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ

4. การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ มีความก้าวหน้าอย่างไร
       การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ มีความก้าวหน้าทางด้านการจัดการศึกษาเริ่มนำวิทยาการใหม่ๆมีการจัดพิมพ์ตำราเรียนเป็นจุดเริ่มต้น

5. แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
       จินดามณี เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มาคือ ฝรั่งได้มาติดต่อค้าขายและเผยแพร่ศาสนา มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนา ประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรก รับวิชาการแบบยุโรปและแต่งแบบเรียน คือ จินดามณี

6. การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะอย่างไร จงอธิบายยกเหตุผล
       การจัดการศึกษาภาคบังคับ เป็นการกำหนดให้เยาวชนได้รับการศึกษา เพื่อนำไปประกอบอาชีพ และการเป็นพลเมืองที่ดีเพื่อช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาเท่าทันประเทศที่พัฒนาแล้ว

7. การจัดการศึกษาไทยที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบายยกเหตุผล
       การศึกษามีศูนย์กลางอยู่ที่วัด การจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษามี 8 มาติกา ดังนี้
         1) ตำบลที่เล่าเรียนคือ ที่ตั้งของวัด
         2) โรงเรียน คือ ที่เรียนของวัด เช่น หอฉันท์ หอสวดมนต์ วิหาร และศาลาการเปรียญ
         3) นักเรียนและครู มี 3 ประเภท คือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
         4) เวลาเรียน คือ ตอนพระว่าง
         5) เครื่องเล่าเรียน คือ กระดานชนวน ดินสอพอ และปากกาไม้ไผ่
         6) วิชาหนังสือ คือ หนังสือเรียน
         7) วิชาเลข คือ เลขคณิตวิธีต่างๆ
         8) ข้อบังคับการเรียน คือ ระเบียบวินัย การลงโทษ

8.การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการ ตรงกับสมัยใดจงอธิบาย ยกเหตุผล
       สมัยรัชการที่ 5 เพราะต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถไปพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง

9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล
       เห็นด้วย เพราะ เป็นยุคที่มีการพัฒนาการศึกษาที่มีการนำระบบเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ICT) มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างไร
       ยุทธศาสตร์ การเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับอาเซียน พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพและโอกาสทางการศึกษาและเพิ่มคุณภาพการศึกษา จัดมาตรฐานการศึกษาตลอดชีวิตและพัฒนาวิชาชีพครู

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปย่อปรัชญาการศึกษา

สรุปย่อปรัชญาการศึกษา

       1. ปรัชญาสารัตนนิยม (essentialism)  กระบวนการเรียนการสอนขึ้นอยู่กับครูเป็นสำคัญ ครูเป็นผู้อธิบาย ชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจ วิธีการเรียนการสอนจึงเน้นการสอนแบบบรรยายเป็นหลัก
      
       2. ปรัชญานิรันตรนิยม (pernialism)  เน้นในเรื่องเหตุผลและสติปัญญา และเรื่องเกี่ยวกับศาสนา เชื่อว่าความคงทนถาวรย่อมเป็นจริงมากกว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลง การศึกษาควรสอนสิ่งที่เป็นนิรันดร์ ไม่เปลี่ยนแปลง และจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทุกยุคทุกสมัย กระบวนการเรียนการสอนมีครูเป็นศูนย์กลางมีการบรรยาย ใช้การอภิปรายเข้ามาช่วย
    
      3. ปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (progressivism)  มีแนวคิดว่า การศึกษาคือชีวิต มิใช่เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต หมายความว่า การที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขจะต้องอาศัยการเข้าใจความหมายของประสบการณ์นิยม ฉะนั้นผู้เรียนจึงควรจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะแก่วัยของเขาและสิ่งที่จัดให้ผู้เรียนเรียนควรจะเป็นไปในทางที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าใจปัญหาชีวิตและสังคมในปัจจุบัน และหาทางปรับตัวให้เข้ากับภาวะที่เป็นจริงในปัจจุบัน
     
     4.ปรัชญาปฏิรูปนิยม (reconstructionism)  มีหลักสูตรเเกนกลาง เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บทบาทของครูเป็นผู้คอยกระตุ้นให้นักเรียน คิดวิเคราะห์ และผู้เรียนไม่ได้เรียนเพื่อมุ่งพัฒนาตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเรียนเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาสังคมให้สังคมเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
      
     5.ปรัชญาอัตถิภาวะนิยม (existentialism)  ส่งเสริมให้มนุษย์แต่ละคนรู้จักพิจารณาตัดสินสภาพและเจตจำนงที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิต การศึกษาจะต้องให้อิสระแก่ผู้เรียนที่จะเลือกสรรสิ่งต่างๆได้อย่างเสรี มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
    
    6.พุทธปรัชญา  การศึกษาเน้นความเป็นจริงของมนุษย์ และความเป็นธรรมชาติ หลักการการสอนใช้หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญาศึกษาเพื่อให้เข้าใจความจริง เข้าใจความหมายของชีวิต ทั้งดำรงชีวิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กับความจริงโดยใช้เหตุและผล พุทธปรัชญามีจุดมุ่งหมายจะต้องมุ่งพัฒนาโลภ โกรธ หลงให้ลดลง และพัฒนาความรู้ ความจำ นิสัยและอื่นๆในทางที่เหมาะสม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปย่อการศึกษาไทย

สรุปย่อการศึกษาไทย

วิวัฒนาการศึกษาไทย
ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
       การศึกษาสมัยนี้มีบ้านและวัดเป็นศูนย์กลาง บ้านเป็นศูนย์กลางในการขัดเกลาจิตใจสมาชิกในบ้าน วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพระเป็นผู้อบรมสั่งสอนธรรมะ  ผู้ชายนิยมบวชเรียน ส่วนผู้หญิงนิยมเย็บปักถักร้อย

ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
     ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ผู้ชายเน้นบวชเป็นพระ ซึ่งศึกษาพระไตรปิฏกส่วนผู้หญิงเน้นการเป็นกุลสตรีที่ดี การเป็นแม่บ้านแม่บ้านเพื่อให้ตัวเองเป็นภรรยาที่ดีของสามี
สถานที่ศึกษาในสมัยนี้แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. บ้าน เป็นสถานที่เริ่มต้นของผู้ชายและผู้หญิงทุกคน โดยอบรมบ่มเพาะจากบิดามารดา
2. วัด เป็นสถานที่ที่ศึกษาสำหรับผู้ชายเป็นพระเพื่อศึกษาพระไตรปิฏก จริยธรรม คุณธรรม ส่วนผู้หญิง       จะเรียนเกี่ยวกับฝึกความเป็นกุลสตรี การเย็บปักถักร้อย
3. สำนักราชบัณฑิต สำหรับผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ ศึกษาวิชาชีพที่สูงขึ้นมา
4. วัง สำหรับเชื้อราชวงศ์ ศึกษาเกี่ยวกับยุทธหัตถี การปกครอง

ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
       ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทหาร เรียนเกี่ยวกับการใช้ดาบ ง้าว ศัสตราวุธ ขี่ม้า ขี่ช้างและตำราพิชัยสงคราม เพื่อนำไป             ปกป้องการรุกรานจากต่างประเทศ
2. แบบพลเรือน พลเรือนชายจะศึกษาพระไตรปิฏก เลข ภาษาและโหราศาสตร์ โดยมีคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่       บวชเรียน จะไม่ได้รับราชการ” ส่วนผู้หญิงเรียนเพื่อออกเรือน เรียนพวกเย็บปักถักร้อย,ทำอาหาร,แกะ     สลัก เป็นต้น
       สมัยอยุธยามีการแต่งหนังสือ "จินดามณี" และตั้งโรงเรียน " มิชชันนารี"

ประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี
       ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ที่วัด พ่อแม่จะพาลูกไปฝากที่วัด โดยมีพระสงฆ์สอนหนังสือ หนังสือที่ใช้ในการอบรมสั่งสอนมีหนังสือจินดามณี ด้านอาชีพ ลูกจะประกอบอาชีพจากพ่อแม่ ซึ่งถ่ายทอดแก่ลูก สตรีนิยมไม่ให้เรียนหนังสือ จะให้เรียนพวกเย็บปักถักร้อย พวกงานบ้านงานเรือนมากกว่า

ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
       พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้เด็กชายเข้าวัดให้เรียน อ่าน เขียน หลักคำสอนศาสนา โดยชนชั้นขุนนางจะเรียนปรัชญา เครื่องกล เครื่องมือและกลไก ในสมัยนี้ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ แต่ก็ยังคงมีบางคนสามารถอ่านออกเขียนได้บ้าง

ประวัติศาสตร์สมัยใหม่
       เริ่มมาจากสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเอาการศึกษาตะวันตกมาเกี่ยวข้องในประเทศไทย มีการเลิกทาสโดยมีความทัดเทียมในการศึกษาและมีการให้ความสำคัญของการศึกษาจนปัจจุบันมีติวเตอร์เข้ามาแทรกแซงเกี่ยวกับการศึกษาไทยมากขึ้น อาจจะส่งผลถึงปัญหาในภายภาคหน้าก็เป็นได้

ประวัติการศึกษาไทย
        การศึกษาไทยสมัยก่อน จะอยู่ที่บ้าน วัด หรือวังในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้มีการสอนภาษาอังกฤษในพระราชสำนัก  ตอนยุคเกิดการล่าอาณานิคม จากตะวันตก และรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้มีความรู้ทางหนังสือ และทรงเปลี่ยนระบบการศึกษาเดิมเป็นแบบตะวันตกและทรงตั้งโรงเรียนหลวง  คือ "โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ" พ.ศ. 2427 โดยจัดการศึกษาให้ทัดเทียมกัน และทรงปรับปรุงเป็นโรงเรียนนายทหารมหาดเล็กและได้ตั้งมหาวิทยาลัยแห่งของประเทศไทยคือ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"
ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีมาใช้มาก คือ คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เป็นการศึกษาที่ทันสมัยอย่างมากในปัจจุบัน

การพัฒนาการศึกษาไทย
       "เจ้านายราชตระกูล ตั้งแต่ลูกฉันเป็นต้นลงไป
ตลอดจนถึงราษฎรที่ต่ำที่สุด จะให้ได้มีโอกาสเล่าเรียน
ได้เสมอกัน ไม่ว่าเจ้า ว่าขุนนาง ว่าไพร่
เพราะฉะนั้น จึงขอบอกได้ว่าการเล่าเรียนในบ้านเมืองเรานี้
จะเป็นข้อสำคัญที่หนึ่ง ซึ่งฉันจะอุตส่าห์จัดขึ้นให้เจริญให้จงได้"
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ปฏิรูปการศึกษาไทย 1
       การศึกษาไทยเป็นระบบที่ล้มเหลวในการสอนคนอ่าน เขียนได้อย่างแท้จริง
คุณภาพการศึกษาไทยที่พบในโลกจริง
1. เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ในระดับที่จำกัด
2. เด็กไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูง
3. ท่องจำแต่ไม่เข้าใจ
4. บัณฑิตไม่สามารถทำงานได้ ทำงานไม่เป็น เป็นต้น
อะไรทำให้การศึกษาไทยล้มเหลว
1. รัฐไม่ใส่ใจจัดสรรงบประมาณให้น้อย
2. ครูเงินเดือนน้อย คนเก่งไม่มาเป็นครู
3. เด็กไทยเรียนน้อยเกินไป ไม่ขยัน

การปฏิรูปการศึกษาไทย 2
เป้าหมายการศึกษาที่ดี
       ความฉลาดทางปัญญา IQ , ความฉลาดทางอารมณ์ EQ ,ความฉลาดทางสังคม SQ คือ สำนึกในสังคมที่มีความร่วมมือ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ผู้ที่ศึกษาในอุดมศึกษายังขาดด้านอารมณ์และสังคม สังคมไทยถูกครอบงำด้านวัตถุนิยมของระบบเศรษฐกิจ  ทุนนิยม การศึกษากลายเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ ผู้เรียนเป็นแรงงาน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเป็นโรงงานผลิตแรงงาน
สถานการณ์ การศึกษาไทย 2557 (The State of Thai Education 2014)
       การวิจัยของ PISA ในการเปรียบเทียบความสามารถทางด้านการคิด การอ่านและคำนวณ ของนักเรียนอายุ 15 ปีทั่วโลก พบว่านักเรียนไทยมีการศึกษาด้อยกว่าสิงคโปร์และเวียดนาม และในวิจัย The World Economic Forum พบว่าการศึกษาไทยด้อยที่สุดในสมาชิกอาเซียน ซึ่งแรงงานที่มีประสิทธิภาพทางการศึกษาที่ต่ำนั้นทำให้เกิดปัญหาคอขวดของประเทศ ซึ่งทางสำนักงานรองรับมาตรฐานและประเมินคุณภาพทางศึกษาได้สำรวจโรงเรียน 30,010 โรงเรียนมี 65% ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน แปลว่ามีนักเรียนหนึ่งในสามที่จะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ทำให้รัฐมนตรีได้เห็นปัญหาจึงได้สร้างครูพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ 2009 ถึง 2013 แต่ก็ไม่ทำให้การศึกษานั้นดีขึ้นเลย จนถึงปัจจุบันการศึกษาไทยก็ยังตามหลังประเทศอื่นอีกมาก

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัดบทที่ 2 ปรัชญาการศึกษา

ปรัชญาการศึกษา

1. การจัดการศึกษาที่ไม่มีปรัชญาเป็นแนวทาง ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
     ไม่เห็นด้วย เพราะปรัชญาการศึกษาเป็นการมุ่งหาความจริงเพื่อให้ได้คำตอบ ในสิ่งที่อยากรู้หากไม่มีปรัชญาเป็นแนวทาง อาจทำให้การหาคำตอบนั้นไม่เป็นเป็นผล

2. ปรัชญากับการศึกษาท่านคิดว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร จงอธิบาย
     มีความสัมพันธ์กัน โดยปรัชญาจะนำไปสู่การเรียนรู้และส่งผลให้การศึกษามีการพัฒนาไปยิ่งขึ้น

3.จงวิเคราะห์การจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับ หลักสูตรการจัดเรียนจัดสอน และการบริการทางการศึกษา ว่ามีเรื่องอะไรบ้างทีดำเนินการตามแนวคิดการศึกษาของปรัชญาจิตนิยม วัตถุนิยม ประสบการณ์นิยม อัตภาวนิยม
     ปรัชญาจิตนิยม เรื่อง การจัดกิจกรรมทางด้านดนตรีให้ผู้เรียน  ปรัชญาวัตถุนิยม เรื่องจัดให้ผู้เรียนเรียนรู้และคุ้นเคยกับธรรมชาติ  ส่งเสริมให้เข้าถึงธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมโดยจัดกิจกรรมอาศัยกฎธรรมชาติเป็นหลักประสบการณ์นิยมเรื่อง การที่โรงเรียนเน้นสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้เรียน  อัตภาวนิยม การให้ผู้เรียนเลือกกิจกรรมชุมนุมตามอิสระ

4. จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มอนุรักษ์นิยมคือ สารัตถนิยม และนิรันตรนิยมเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
     ไม่เหมือนกัน เพราะสารัตถนิยมเป็นการนำปรัชญาจิตนิยมกับปรัชญาสัจนิยมมาผสมผสานกัน  แต่   
นิรันตรนิยม เป็นความเชื่อมาจากปรัชญาสาขาโทมัสนิยมใหม่หรือ กลุ่มสัจนิยมเชิงเหตุผล


5. จงบอกหลักการของปรัชญากลุ่มกลุ่มเสรีนิยม (liber view) คือพิพัฒนาการนิยม (progressive) และปฏิรูปนิยม (reconstructionism) เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
     เหมือนกัน เพราะกลุ่มปรัชญาทั้ง   2  มาจากพื้นฐานทางความคิดเดียวกัน และมีที่มาเดียวกัน

6. จงอธิบายว่า ความดี ความงาม เป็นสิ่งที่วัดได้หรือไม่ จงอธิบาย
     ความดี ความงาม เป็นสิ่งที่วัดได้  ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นๆว่าจะแสดงออกมาอย่างไร

7. จงเขียนเรียงความเรื่อง โลกทัศน์ของข้าพเจ้าที่มีต่ออาชีพครู
     การประกอบอาชีพรับราชการครูนั้น ต้องอุทิศตัวเพื่อส่วนรวม  ครูคือผู้สร้างอนาคตของชาติ  เป็นผู้มอบความรู้ให้แก่เด็ก พัฒนาให้เด็กเป็นคนดีและเป็นคนเก่งของสังคม  สามารถนำความรู้ไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญยิ่งขึ้น  การเป็นครูนั้นไม่ได้เป็นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น  แต่การเป็นครูนั้น เป็นตลอดชีวิต

8. ท่านคิดว่าปรัชญาตะวันตกที่เหมาะสมใช้เป็นแนวทางการจัดการศึกษาของไทยมากที่สุด จงอธิบาย
     ปรัชญาปฏิรูปนิยม เพราะเป็นปรัชญาที่มุ่งไปสู่การปฏิบัติและส่งเสริมให้โรงเรียนมีบทบาทในการปฏิรูปสังคม เพื่อใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้างสังคมใหม่ให้มีความเสมอภาคและมีความเป็นธรรม

9. ท่านคิดว่า พุทธปรัชญาจะมาพัฒนาการศึกษาของไทยได้หรือไม่ จงอธิบาย
     พัฒนาได้ เพราะพุทธปรัชญาจะช่วยสอนในเรื่องของการเตือนสติ รู้จักสิ่งที่ควรไม่ควร สิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูก เพื่อที่จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

10. ท่านคิดว่าปรัชญาที่จัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ จงบอกชื่อและอธิบายการจัดการสอนที่ยึดเป็นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีวิธีการจัดอย่างไร อธิบายยกตัวอย่าง
       ปรัชญาปฏิรูปนิยม  เชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีค่าต่อเมื่อได้ลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตจริงของผู้เรียน  ส่วนการจัดการเรียนการสอนหลักการเชื่อว่า “หนทางปฏิรูปเพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่” ยึดถือการศึกษาเพื่อปฏิรูปสังคม เป็นสำคัญ  เช่น  การให้นักเรียนได้ศึกษาและลงมือปฏิบัติวิชาเกษตร  ให้นักเรียนได้ศึกษาวิธีกรรมวิธีทางการเกษตรและลงมือปฏิบัติจริง


แบบฝึกหัดบทที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการศึกษา


1.จงประมวลความหมายของคำว่า “การศึกษา” 5 นิยาม 
     1.จอห์น ดิวอี้ (Dewey, 1965, 191) เป็นนักปรัชญา นักจิตวิทยา และนักการศึกษา ชาวอเมริกน ตามแนวคิดของดิวอี้ซึ่งสามารถสรุปได้ 4 ประเด็นคือ 
             - การศึกษา คือ ชีวิต (Education is life) 
             - การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม (Education is growth) 
             - การศึกษา คือ การจัดประสบการณ์ใหม่ (Education is organizing for experience) 
             - การศึกษา คือ กระบวนการทางสังคม (Education is social process) 
     2.พลาโต (Plato, อ้างถึงใน ยนต์ ชุ่มจิต, 2544, 2-3) นักปรัชญาชาวกรีก ได้กล่าว ว่าการศึกษา หมายถึงความสามารถที่จะทำให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นสุขและเป็นทุกข์ได้ในโอกาสที่ เหมาะสม และพัฒนาสิ่งที่เป็นความงามและสิ่งที่สมบูรณ์ทุกอย่าง ซึ่งผู้เรียนอาจทำให้เกิดได้ 
     3.วิทยากร เชียงกูล (2543) กล่าวว่า การศึกษาคือ กระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในสังคม ความรู้ ความเชื่อ ค่านิยม ที่ถ่ายทอดผ่านระบบการศึกษาผ่านสื่อมวลชน และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ของสังคม มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ และพฤติกรรมของประชาชน การศึกษามีผลกระทบต่อสังคม และขณะเดียวกนการ ั พัฒนาสังคมก็มีผลกระทบต่อการศึกษาด้วย
     4.ดวงจิต แกวอุบล (2545, 4) กล่าวว่า การศึกษา คือ การพัฒนาคนทั้งร่างกายความรู้ ความคิด ทักษะ ทัศนคติ และคุณธรรมจริยธรรม ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากบสังคมและอยู่ในสังคมอยางปกติสุข โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เป็ นเครื่องมือที่สําคัญของการพัฒนา
     5.สาโรช บัวศรี(2549, 4)กล่าววา การศึกษา คือ การงอกงามหรือพูดอีกทีหนึ่งก็คือ การจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมให้แก่ผู้เรียน เพื่อผู้เรียนจะได้งอกงามขึ้นตามจุดประสงค์

2. คำว่า การศึกษา คือ กระบวนการเรียนรู้ ท่านเห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย 
     เห็นด้วย เพราะ คำว่าการศึกษาบ่งบอกความหมายชัดเจน คือ กระบวนการเรียนรู้ การฝึกฝน การนำสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต ซึ่งการเรียนรู้สามารถพัฒนามนุษย์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความคิด


3. ในฐานะที่ท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู จงให้นิยามการศึกษาตามคิดเห็นของท่าน 
      การศึกษา คือ การที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ตามความถนัดและความสนใจในศาสตร์ต่างๆที่ผู้เรียนศึกษา  เพื่อสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้

4. ความมุ่งหมายทั่วไปและความมุ่งหมายเฉพาะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร 
     ไม่เหมือนกัน เพราะ ความหมายทั่วไปคือกล่าวอย่างกว้างๆ ครอบคลุมเนื้อหานั้นๆ แต่ความมุ่งหมายเฉพาะคือความมุ่งหมายที่เจาะลึกลงไปเฉพาะเรื่องนั้นๆ 

5. ความมุ่งหมายคืออะไร ความมุ่งหมายการศึกษาระดับชาติ ความมุ่งหมายการศึกษา แต่ละระดับ ความมุ่งหมายระดับหลักสูตร และความมุ่งหมายระดับหมวด และความมุ่งหมายระดับ การสอน มีความสัมพันธ์หรือแตกต่างกันอย่างไร
     ความมุ่งหมายของการศึกษา เป็นแนวทางหรือจุดหมายที่สำคัญที่เปรียบเสมือนเข็มทิศนำไปสู่ความสำเร็จได้อย่างถูกต้อง  

6. องค์ประกอบที่ใช้กำหนดความมุ่งหมายของการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
  • ปรัชญาการศึกษา เป็นแนวทางที่กำหนดตามความมุ่งหมาย และกำหนดทิศทางให้การศึกษาดำเนินการไปในแนวทางของปรัชญา 
  • จิตวิทยาการศึกษาคำนึงถึงผู้เรียนเกี่ยวกับความเจริญเติบโตและพัฒนากรของผู้เรียน กระบวนการเรียน การแนะแนว การกำหนดความมุ่งหมายของการศึกษานำไปสู่การพัฒนาการของผู้เรียน วิธีวัดคุณค่า เพื่อกำหนดความมุ่งหมายให้สอดคล้องกับความต้องการ 
  • การจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม สืบสานวัฒนธรรมปกครองระบอบประชาธิปไตย ความมุ่งหมายของการศึกษาเพื่อให้บุคคลสามารถปรับตัวสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และการดำเนินชีวิตของตนให้เข้ากับปัจจุบัน  
  • บริบทของชุมชน รวมทั้งฐานะทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน แหล่งวิทยากรในชุมชน ซึ่งการดำเนินการการศึกษา อาศัยคนในชุมชน แหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรในท้องถิ่นนำมาใช้ประโยชน์ ความมุ่งหมายจำเป็นต้องนำสิ่งเหล่านี้มากำหนดเป็นจุดมุ่งหมายของการศึกษา  
  • ต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์กัน เป็นวิธีที่ทำให้ทราบว่า การศึกษาของประเทศต่างๆ มีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศของเรา เช่นการเปิดประชาคมอาเซียน  จะมีผลกระทบต่อการศึกษาเราจำเป็นต้องวิเคราะห์สภาพสังคมบริบทของเราและประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน แล้วนำมากำหนดจุดมุ่งหมายให้สอดคล้องกัน  
  • เทคโนโลยี เป็นผลทำให้การจัดการศึกษาสะดวกและเป็นไปอย่างรวดเร็ว เปิดโลกติดต่อการศึกษาทุกมุมโลก จะต้องนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้วัสดุการสอนหลากหลายการกำหนดเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประกอบกับความสะดวกรวดเร็วทันต่อสถานการณ์    

7. ทำไมการจัดการศึกษาไทยสมัยต่าง ๆ จึงต้องกำหนดความมุ่งหมายการศึกษา ที่จะ บ่งบอกความเป็นมาของการศึกษาไทยได้หรือไม่อย่างไร จงอธิบาย 
     ได้  เพราะการกำหนดความมุ่งหมายการศึกษา นั้นต้องอาศัยบริบทของชุมชน ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพของสังคม ที่สามารถบ่งบอกถึงความเป็นมาและสภาพการของสังคมของไทยตั้งอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้

8. ในฐานะท่านเป็นนักศึกษาวิชาชีพครู ท่านคิดว่าการศึกษามีความสำคัญต่อประเทศ อย่างไร จงอธิบาย
     มีความสำคัญเป็นมาก เพราะ การศึกษาทำให้มนุษย์พัฒนาทางความคิดและสติปัญญา ทำให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ดี และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปพัฒนาประเทศชาติได้ 

9. แนวคิดพุทธทาสภิกขุ ได้กล่าววา การศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่ง ที่มนุษย์ควรจะได้โดยการทำลายซึ่งสัญชาติญาณอย่างสัตว์ แล้วมีการประพฤติกระทำอย่างมนุษย์ที่มีจิตใจสูงโดยสมบูรณ์ และสิ่งที่ดีที่สุดตามหลักศาสนาพุทธที่วา กินอยู่อย่างพอดี อย่ากินส่วนเกิน อย่าใช้ส่วนเกินเพื่อจะให้เป็นไปได้อะไรอีกอันหนึ่งซึ่งสูงสุดเรียกว่า “บรมธรรม” และการศึกษา เพื่อธรรมาธิปไตยและเป็นเรื่องคนมีปัญญา ต้องมีปัญญาแท้จริงสูงสุด เห็นด้วยหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย 
     เห็นด้วย เพราะเมื่อเรามีปัญญาแล้ว เราก็จะสามารถคิดได้  รู้ว่าสิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร มีปัญญาในการดำเนินชีวิตประจำวัน และหลายๆสิ่งรวมกันจนกลายเป็นมนุษย์ธรรม

10. แนวคิดของนักการศึกษาไทยที่ท่านชอบมากที่สุด 1 ท่าน แสดงทัศนะของท่านต่อ แนวความคิดการจัดการศึกษาของไทย
    พนม พงษ์ไพบูลย์ (2531, 73) กล่าววา การศึกษามีความสำคัญ 3 ประเด็นคือ
    - สร้างคนดีให้สังคม 
    - กระบวนการทำให้คนฉลาด 
    - ทำให้คนนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพได้